พื้นที่การเลี้ยงสัตว์น้ำ และการจัดระบบ

พื้นที่การเลี้ยงสัตว์น้ำ ในประเทศไทยมีแหล่งน้ำจืดซึ่งประกอบด้วยแหล่งน้ำประเภทต่างๆ ได้แก่ แม่น้ำลำธาร คลอง ซึ่งมีแม่น้ำสายหลักในประเทศจำนวน 47 สาย หนอง บึง ธรรมชาติจำนวนมากกว่า 8,900 แห่ง และอ่างเก็บน้ำต่างๆ อีกว่า 3,000 แห่ง มีเนื้อที่รวบกันประมาณ 6,500 ตารางกิโลเมตร โดยเฉพาะสภาพอ่างเก็บน้ำที่สามารถนำมาใช้ประโยชน์กับการเลี้ยงสัตวน้ำ ที่มีความสำคัญทางเศรษฐกิจและวิธีการเลี้ยงที่มีประสิทธิภาพและมีผลกระทบต่อแหล่งน้ำนั้นๆ ให้น้อยที่สุด  อย่างไรก็ตามการเลือกพื้นที่เลี้ยงที่เหมาะสมและมีการจัดการระบบที่ดี ก็จะทำให้การเลี้ยงดำเนินไปอย่างราบรื่นและมีปัญหาอุปสรรคน้อย

ตัวอย่าง พื้นที่การเลี้ยงสัตว์น้ำ การเลี้ยงปลาในบ่อดิน มีปัจจัยต่างๆ ที่ควรพิจารณา ดังนี้

พื้นที่การเลี้ยงสัตว์น้ำ

แหล่งน้ำ เป็นปัจจัยสำคัญประการแรกที่ควรพิจารณาในการเลือกทำเล ทั้งในด้านปริมาณและคุณภาพ ทั้งนี้เนื่องจาก น้ำมีความจำเป็นต้องเปลี่ยนถ่ายน้ำ จึงต้องคำนวณถึงปริมาณน้ำทั้งหมดที่จะต้องใช้ตลอดการเลี้ยงนั้นๆ อย่างน้อยแหล่งน้ำต้องมีเพียงพอต่อฤดูกาลเลี้ยง หรือมีตลอดทั้งปีจะดีที่สุด อีกทั้งแหล่งน้ำนั้นต้องมีคุณภาพน้ำที่ดี เหมาะสมต่อการเลี้ยงจึงควรตรวจสอบคุณภาพน้ำบางประการ เช่น ค่า Ph ของน้ำ ควรอยู่ระหว่าง 6.5-9.0 นอกจากนี้ควรเลือกสถานที่ที่ปลอดภัยจากแหล่งน้ำท่วม หรือถ้าจำเป็นก็เลือกสถานที่ที่ไม่ต้องใช้เงินลงทุนสูงมากนัก เช่น การสร้างคันดินรอบฟาร์ม

ลักษณะดิน ดินที่มีคุณลักษณะทางกายภาพเหมาะสมต่อการกักเก็บน้ำ ไม่รั่วซึมง่าย สามารถตั้งคันบ่ได้ง่าย ได้แก่ กลุ่มดินเหนียว ดินเหนียวปนทราย นอกจากเนื้อดินแล้ว คุณสมบัติทางเคมีของดินคือ ความเป็นกรดเป็นด่างที่เหมาะสมคือ 6.5-8.5 ดังนั้นควรตรวจสอบคุณสมบัติดินในชั้นความลึกที่จะขุดบ่อเพื่อการเลี้ยงปลานิล หรืออย่างน้อย 1.5 เมตร

ปัจจัยอื่นๆ ได้แก่ ฟาร์มหรือบ่อควรอยู่ห่างไกลจากแหล่งโรงงานอุตสาหกรรม แหล่งชุมชน หรือการทำเกษตรกรรมที่มีการใช้สารเคมีในปริมาณสูง เป็นสถานที่ที่มีไฟฟ้าเข้าถึง การคมนาคมสะดวก ถ้าเป็นไปได้ควรอยู่ใกล้แหล่งลูกพันธุ์ ตลาดวัตถุดิบ อาหารปลาและเคมีภัณฑ์ ตลอดจนแรงงานที่หาได้ในท้องถิ่น และไม่มีปัญหาสังคม เช่น ขโมย หรือแหล่งมิจฉาชีพ

การเลือกสถานที่การเลี้ยงปลาในกระชัง

การเลี้ยงปลาในกระชัง

เขื่อน  อ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่ ควรมีปริมาตรไม่ต่ำกว่า 200,000 ลูกบาศก์เมตร ความลึกไม่ต่ำกว่า 5 เมตร เป็นพื้นที่ปราศจากมลพิษ ความอุดมสมบูรณ์ของอ่างเก็บน้ำและทะเลสาบต่ำจะดี น้ำควรจะใสหรือมีสีน้ำเนื่องจากมีแพลงก์ตอนพอประมาณ ความโปร่งแสงของน้ำควรมีตั้งแต่ 100 เซ็นติเมตร ขึ้นไป

แม่น้ำขนาดใหญ่  ควรมีน้ำไหลตลอดเวลา และควรอยู่ห่างปากอ่าวทะเลอย่างน้อย 10 กิโลเมตร เพื่อไม่ให้น้ำมีการเปลี่ยนแปลงระดับความเค็มมากเกินไป และบริเวณที่เลือกเพื่อวางกระชังนั้นจะต้องเป็นระดับที่ลึกพอประมาณ โดยที่ตลอดระยะเวลาในการเลี้ยงพื้นที่กระชังควรอยู่สูงจากพื้นดินใต้น้ำไม่ต่ำกว่า 1 เมตร และควรห่างจากชายตลิ่งพอสมควร เพื่อหลีกเลี่ยงการเกิดมุมอับในการไหลระบายน้ำ เพื่อลดความเครียดจากการเปลี่ยนแปลงคุณภาพน้ำฉับพลัน ในขณะที่มีฝนตกและมีการชะล้างจากพื้นดินสู่น้ำ

ควรรู้จักการเปลี่ยนแปลงระดับน้ำ  รูปแบบของทิศทางลมและกระแสน้ำ เพื่อคัดเลือกพื้นที่วางกระชัง ควรหลีกเลี่ยงจากพื้นที่น้ำนิ่ง และควรห่างไกลจากกระแสน้ำรุนแรงและตคลื่นลม กระแสน้ำที่มีความแรง 10 เมตรต่อนาที อาจเป็นสาเหตุของความเครียดของปลาได้

 

ช่องทางการติดตามข่าวสาร

Twitter : https://twitter.com/kasetupdate

Facebook : https://www.facebook.com/thaifeedsale

Add your comment