โรคกบ ที่พบบ่อย

โรคกบ ที่เกิดขึ้นในระหว่างการเลี้ยงกบนั้น สาเหตุหลักเกิดจากความบกพร่องของการจัดการ ทำให้ของเสียหมักหมม น้ำเสียติดต่อกันหลายวัน โดยเฉพาะปัจจุบัน มักเลี้ยงกบในบ่อซีเมนต์ และเลี้ยงกันอย่างหนาแน่นเกินไป ให้อาหารมากเกินไป ทำให้โอกาสติดเชื้อแบคทีเรียได้สูง บางครั้งทำให้กบตกใจมากเกินไป เกิดอาการกล้ามเนื้อเกร็ง ขาหน้า ขาหลัง เหยียดตรง ตัวแข็ง และตายในที่สุด

ประเภทของการเกิด โรคกบ

  1. จากเชื้อแบคทีเรีย เช่น โรคขาบวม เมื่อผ่าท้องจะพบว่าตับมีสีแดง คล้ำมากกว่าปกติ โรคขาแดงมีจุดผื่นแดงตามขาและผิวหนังด้านท้อง ซึม ไม่กินอาหาร อาจพบแผลที่ฝ่ามือและฝ่าเท้าเมื่อผ่าท้องดูจะพบการตกเลือดและน้ำเหลืองในช่องท้อง การแก้ไขโดยการถ่ายน้ำ เติมน้ำใหม่ลดการเน่าเสีย สาดเกลือลงในบ่ออัตรา 0.5% ผสมกับยาปฏิชีวนะให้กบกิน
  2. โรคที่เกิดจากพยาธิ เช่น พยาธิใบไม้ พยาธิในลำไส้ ทำให้ท้องกบอืด ท้องบวม มีผลต่อการย่อย และดูดซึมอาหาร แก้ปัญหาโดยใช้ยาถ่ายพยาธิ เช่น มีโทรนิดาโซล (Metornida zole) 2-3 กรัม ให้กินติดต่อกันนาน 2-3 วันทำความสะอาดบ่อ ฆ่าพยาธิด้วยฟอร์มาลิน 30 ซีซี ต่อน้ำ 1 ตัน
  3. โรคที่เกิดจากการกินอาหารไม่สด เก่าเก็บ ทำให้เกิดพิษ ลำไส้เน่า ท้องบวม ซึมนิ่ง ไม่ตอบสนองต่อสิ่งแวดล้อม ถ้าลำไส้ขาดจะเห็นลำไส้และก้อนไขมันหลุดออกมาทางรูก้น เมื่อผ่าตัดท้องจะมีกลิ่นเน่าเหม็น แก้ไขโดย งดอาหาร 1-2 วัน ทำความสะอาดถาดอาหารและบ่อ ให้ยาปฎิชีวนะผสมกับอาหาร
  4. โรคที่เกิดจากการขาดวิตามินบี หรือ โรคอัมพาต ขาหลังลีบ ขยับไม่ได้ ระบบประสาทไม่สั่งงาน แก้ไขโดยผสมวิตามันบีรวมให้กบกินในอัตรา 1 กรัม/อาหาร 1 กิโลกรัม ให้กินติดต่อกันนาน 7-10 วัน หรือจนกว่าจะหาย ให้เพิ่มวัสดุลอยตัว ให้กบได้มีโอกาสอยู่บนที่แห้ง หรือลดน้ำลงมา
  5. โรคตัวซีดเหลือง กบจะมีสีซีด บางส่วนเป็นสีเหลืองผิวหนังในบางที่จะเปิดออก เห็นกล้ามเนื้อ และอาจพบขุยขาวๆ เป็นหย่อมๆ ตามผิวตัวกบ กบซึมไม่กินอาหาร สาเหตุเนื่องมาจากน้ำในบ่อเลี้ยงกบมีความเป็นกรดสูง pH. ประมาณ 5 การแก้ไขโดยใช้ปูนขาว

Add your comment