Category: บทความ

โรคกบ ที่พบบ่อย

โรคกบ ที่เกิดขึ้นในระหว่างการเลี้ยงกบนั้น สาเหตุหลักเกิดจากความบกพร่องของการจัดการ ทำให้ของเสียหมักหมม น้ำเสียติดต่อกันหลายวัน โดยเฉพาะปัจจุบัน มักเลี้ยงกบในบ่อซีเมนต์ และเลี้ยงกันอย่างหนาแน่นเกินไป ให้อาหารมากเกินไป ทำให้โอกาสติดเชื้อแบคทีเรียได้สูง บางครั้งทำให้กบตกใจมากเกินไป เกิดอาการกล้ามเนื้อเกร็ง ขาหน้า ขาหลัง เหยียดตรง ตัวแข็ง และตายในที่สุด โรคกบ จากเชื้อแบคทีเรีย เช่น โรคขาบวม เมื่อผ่าท้องจะพบว่าตับมีสีแดง คล้ำมากกว่าปกติ โรคขาแดงมีจุดผื่นแดงตามขาและผิวหนังด้านท้อง ซึม ไม่กินอาหาร อาจพบแผลที่ฝ่ามือและฝ่าเท้าเมื่อผ่าท้องดูจะพบการตกเลือดและน้ำเหลืองในช่องท้อง การแก้ไขโดยการถ่ายน้ำ เติมน้ำใหม่ลดการเน่าเสีย สาดเกลือลงในบ่ออัตรา 0.5% ผสมกับยาปฏิชีวนะให้กบกิน โรคที่เกิดจากพยาธิ เช่น พยาธิใบไม้ พยาธิในลำไส้ ทำให้ท้องกบอืด ท้องบวม มีผลต่อการย่อย และดูดซึมอาหาร แก้ปัญหาโดยใช้ยาถ่ายพยาธิ เช่น มีโทรนิดาโซล (Metornida zole) 2-3 กรัม ให้กินติดต่อกันนาน 2-3 วันทำความสะอาดบ่อ ฆ่าพยาธิด้วยฟอร์มาลิน 30 ซีซี ต่อน้ำ 1 …

FCR ( Feed Conversion Ratio ) คืออะไร

FCR คืออะไร ( Feed Conversion Ratio )  มีความสำคัญหรือความจำเป็นเกี่ยวกับการเลี้ยงกบ หรือการเลี้ยสัตว์เศรษฐกิจอื่นๆ อย่างไร วันนี้เรามาทำความรู้จักกับค่า FCR (เอฟซีอาร์) รวมทั้งสูตรการคิดง่ายๆ ตัวเลขชี้วัด คุณภาพของอาหาร คือ อัตราการเปลี่ยนอาหารเป็นเนื้อหรือ อัตราการแลกเนื้อ ( Feed Conversion Ratio ) หรือเรียกสั้นๆ ว่า ค่าFCR และค่าที่เกษตรกรเข้าใจกันง่ายๆ คือ แลกเนื้อต่อถุง ซึ่งตัวเลขจากการคำนวณจะบ่งบอกถึงประสิทธิภาพของอาหารว่า อาหารสัตว์ชนิดนั้นมีคุณภาพดีหรือไม่ โดยมีสูตรคิดง่ายๆ ดังนี้   อัตราการแลกเนื้อ = ปริมาณอาหารที่ใช้ทั้งหมด (ก.ก.) น้ำหนักกบที่จับได้ (ก.ก.)   แลกเนื้อต่อถุง = น้ำหนักกบที่จะบได้ (ก.ก.) ปริมาณอาหารที่ใช้ทั้งหมด (ถุง) ตัวอย่างการคำนวณ FCR บ่อกบขนาด 3×4 เมตร (พื้นที่ 12 …

การเลี้ยงกบ คู่มือการเลี้ยงกบ

การเลี้ยงกบ เป็นอาชีพหนึ่งที่สามารถทำรายได้ให้กับเกษตรกร ซึ่งในการเลี้ยงนั้นเกษตรกรควรมีความเข้าใจถึงวิธีการเลี้ยงที่ถูกต้องก่อน จึงจะทำให้ประสบความสำเร็จในการเลี้ยง วันนี้เรามีวิธีการเลี้ยงกบ มาฝากทุกๆ คนที่สนใจทำ ฟาร์มกบ และกำลังศึกษาข้อมูลการเลี้ยง สิ่งที่ควรคำนึงถึงก่อนการเลี้ยงกบ ความพร้อมของเกษตรกรทั้งในด้านความรู้ในการเลี้ยงและการลงทุน มีการวางโปรแกรมการผลิตที่ดีเพื่อให้สามารถจำหน่ายในช่วงที่กบมีราคาและมีต้นทุนการผลิตต่ำที่สุด มีตลาดรองรับผลผลิตที่แน่นอน พันธุ์กบ พันธุ์กบที่เหมาะสมคือ กบนา ซึ่งปัจจุบันมีการพัฒนาสายพันธุ์ให้โตไวและมีสีเหลืองเป็นที่ต้องการของตลาด รูปแบบการเลี้ยง การเลี้ยงในบ่อซีเมนต์ การเลี้ยงในบ่อดิน การเลี้ยงแบบกระชัง (มุ้ง) ระยะเวลาในการเลี้ยง ใช้เวลา 3.5-4 เดือนตั้งแต่ระยะฟัก ออกจากไข่จนถึงจับจำหน่าย ได้กบขนาด 6-7 ตัวต่อกิโลกรัม รูปแบบในการเลี้ยงเพื่อจำหน่ายผลผลิต การเลี้ยงเพื่อจำหน่ายลูกอ๊อด การเลี้ยงเพื่อจำหน่ายลูกกบ การเลี้ยงเพื่อขุนเป็นกบเนื้อ สถานที่ที่เหมาะสมสำหรับการเลี้ยงกบ ควรอยู่ใกล้บ้านและสะดวกต่อการดูแล อยู่ใกล้แหล่งน้ำที่มีคุณภาพดี เพียงพอต่อการเลี้ยง เป็นพื้นที่สูงหรือที่ดินเพื่อป้องกันปัญหาน้ำท่วม ห่างไกลจากแหล่งชุมชนหรือบริเวณที่มีเสียงอีกทึกรบกวน อยู่ใกล้แหล่งจำหน่ายอาหารกบ สะดวกในการจับ วิธีการเลี้ยงกบในบ่อซีเมนต์ เป็นรูปแบบที่นิยมกันมากที่สุด เนื่องจากสะดวกในการเปลี่ยนน้ำ ง่ายต่อการทำความสะอาดบ่อ ควบคุมโรค รวมถึงการจับ บ่อเป็นรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้า ควรมีพื้นที่ที่เป็นบกสำหรับกบอาศัยอย่างน้อย 2/3 ของบ่อ ที่เหลือเป็นพื้นน้ำ บ่อเลี้ยงกบ การสร้างบ่อเลี้ยงกบมีวัตถุประสงค์ในการสร้างที่แตกต่างกัน …

การเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ

การเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ เป็นอาชีพหนึ่งของภาคการเกษตรที่มีส่วนสำคัญต่อการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมของประเทศ มีแนวโน้มที่จะทวีความสำคัญมากยิ่งขึ้นในอนาคต เนื่องจากผลผลิตที่ได้จากการทำประมงไม่เพิ่มขึ้น ทั้งนี้เป็นผลอันเนื่องมาจากความเสื่อมโทรมของทรัพยากรสัตว์น้ำและแหล่งน้ำ โดยมีสาเหตุมาจากการทำประมงเกินขนาดและผิดวิธี ปัญหามลพิษจากโรงงานอุตสาหกรรมต่างๆ ที่ปล่อยน้ำเสียลงแหล่งน้ำ ดังนั้น การเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำจึงเป็นทางเลือกเพียงหนทางเดียวที่จะสามารถคืนความสมดุลและความสมบูรณ์ให้กับแหล่งน้ำ ตลอดจนผลิตสัตว์น้ำให้เพียงพอต่อการบริโภคและแก้ไขปัญหาการขาดแคลนแหล่งโปรต้นของประชากรโลกได้ อย่างไรก็ตาม ธุรกิจเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำนับว่ามีความเสี่ยงต่อการลงทุน เนื่องจากเป็นสินค้าเกษตรที่มีขีดจำกัดในเรื่องของการเก็บรักษา และความผันผวนของราคา ถ้ามีผู้ประกอบการมากเกินไปผลผลิตก็จะล้นตลาด ส่งผลให้ราคาขายที่ได้รับต่ำกว่าต้นทุนการผลิตทำให้ผู้ประกอบการขาดทุนได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง การเลี้ยงปลา หรือสัตว์น้ำจืด ซึ่งตลาดส่วนใหญ่ยังจำกัดอยู่ภายในประเทศ นอกจากนี้ยังมีความเสี่ยงด้านปัจจัยอื่นๆ อีก เช่น ภัยธรรมชาติ ได้แก่ น้ำท่วม หรือการเกิดโรคระบาดต่างๆ เป็นต้น ดังนั้น ผู้ที่กำลังจะตัดสินใจประกอบอาชีพ การเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ ควรจะตั้งคำถามให้กับตัวเอง เพื่อเตรียมความพร้อมเบื้องต้น ดังนี้ ความสามารถเป็นผู้ที่ลงมือปฏิบัติจริงได้ด้วยตนเองหรือไม่ พบว่าส่วนใหญ่ผู้ที่ประสบความสำเร็จไม่ว่าจากโรงเพาะฟักและจากบ่อเลี้ยงมักจะลงมือปฏิบัติจริงด้วยตนเอง ในใจและเอาใจใส่ตลอดเวลา ทั้งนี้ เนื่องจาก มีเงื่อนไขและตัวแปรต่างๆ ที่จะทำให้ไม่ประสบความสำเร็จสูง หากผู้เพาะเลี้ยงไม่มีความเอาใจใส่อย่างจริงจัง มีพื้นที่การเลี้ยงและอุปกรณ์การเลี้ยงที่เหมาะสมหรือไม่ มีเงินทุนสำรองเพียงพอสำหรับเริ่มต้นลงทุนเลี้ยง ตลอดช่วงระยะเวลาการเลี้ยงทั้งในรุ่นนี้และในรุ่นหน้า มึความเข้าใจในการเลี้ยง เทคนิคการเลี้ยงต่างๆ พร้อมหรือยัง การเลี้ยงนั้นมีศักยภาพในการทำกำไรมากกว่าการลงทุนของธุรกิจอื่นๆ หรือไม่ เตรียมใจรอคอรายร้บที่จะได้ในช่วงระยะเวลาหนึ่งได้หรือไม่ มีตลาดรองรับสำหรับผลผลิตหรือไม่ เมื่อตัดสินใจที่จะประกอบธุรกิจ การเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ …