Category: การเลี้ยงกบ

โรคกบ ที่พบบ่อย

โรคกบ ที่เกิดขึ้นในระหว่างการเลี้ยงกบนั้น สาเหตุหลักเกิดจากความบกพร่องของการจัดการ ทำให้ของเสียหมักหมม น้ำเสียติดต่อกันหลายวัน โดยเฉพาะปัจจุบัน มักเลี้ยงกบในบ่อซีเมนต์ และเลี้ยงกันอย่างหนาแน่นเกินไป ให้อาหารมากเกินไป ทำให้โอกาสติดเชื้อแบคทีเรียได้สูง บางครั้งทำให้กบตกใจมากเกินไป เกิดอาการกล้ามเนื้อเกร็ง ขาหน้า ขาหลัง เหยียดตรง ตัวแข็ง และตายในที่สุด โรคกบ จากเชื้อแบคทีเรีย เช่น โรคขาบวม เมื่อผ่าท้องจะพบว่าตับมีสีแดง คล้ำมากกว่าปกติ โรคขาแดงมีจุดผื่นแดงตามขาและผิวหนังด้านท้อง ซึม ไม่กินอาหาร อาจพบแผลที่ฝ่ามือและฝ่าเท้าเมื่อผ่าท้องดูจะพบการตกเลือดและน้ำเหลืองในช่องท้อง การแก้ไขโดยการถ่ายน้ำ เติมน้ำใหม่ลดการเน่าเสีย สาดเกลือลงในบ่ออัตรา 0.5% ผสมกับยาปฏิชีวนะให้กบกิน โรคที่เกิดจากพยาธิ เช่น พยาธิใบไม้ พยาธิในลำไส้ ทำให้ท้องกบอืด ท้องบวม มีผลต่อการย่อย และดูดซึมอาหาร แก้ปัญหาโดยใช้ยาถ่ายพยาธิ เช่น มีโทรนิดาโซล (Metornida zole) 2-3 กรัม ให้กินติดต่อกันนาน 2-3 วันทำความสะอาดบ่อ ฆ่าพยาธิด้วยฟอร์มาลิน 30 ซีซี ต่อน้ำ 1 …

การเลี้ยงกบในบ่อดิน

การเลี้ยงกบในบ่อดิน เป็นอีกหนึ่งอาชีพเกษตรกรรมที่มีความน่าสนใจ เนื่องจากการดูแลง่าย ต้นทุนในการเลี้ยงต่ำกว่าการเลี้ยงกบในบ่อปูน ไม่ต้องเสียเวลาในการเปลี่ยนน้ำ กบที่เลี้ยงจากบ่อดิน จะแข็งแรง ไม่ค่อยเป็นโรค และในปัจจุบัน มีเกษตรกรเลี้ยงเพื่อจำหน่ายในประเทศเป็นส่วนใหญ่ ส่วนพื้นที่การเลี้ยงกบในประเทศ เช่น จ.พิจิตร สุพรรณบุรี การเลี้ยงกบในบ่อดิน ลักษณะบ่อดินที่ใช้เลี้ยงใกล้เคียงกับบ่อเลี้ยงปลา โดยมีขนาดไม่ใหญ่มากนัก พื้นที่การเลี้ยงประมาณ 1 งาน บ่อลึก 1.5 เมตร และมีคันบ่อล้อมรอบ บ่อสำหรับเลี้ยงกบ ควรเป็นบ่อดินเหนียว ซึ่งจะช่วยในการอุ้มน้ำ บริเวณคันบ่อมีรั้วล้อมรอบ โดยใช้ตาข่ายในล่อนสีฟ้าและพลาสติกสีดำฝังลงไปในดินเพื่อป้องกันกบหนีออกจากบ่อ การเพาะพันธุ์กบ นำพ่อแม่ที่พร้อมผสมพันธุ์ มาปล่อยให้ผสมพันธุ์กันเองตามธรรมชาติ หรือจะนำพ่อแม่พันธุ์มาผสมพันธุ์ในบ่อซีเมนต์ หลังจากนั้นนำลูกอ๊อดที่ได้อายุประมาณ 7 วัน ย้ายปล่อยลงบ่อดินต่อไป การจัดการระหว่าง การเลี้ยงกบในบ่อดิน ระยะลูกอ๊อดเป็นลูกกบ  เตรียมน้ำในบ่อ โดยให้มีระดับความสูง 30-50 เซนติเมตร และนำพืชน้ำ เช่น ผักตบชวา ใส่ลงไปในบ่อเพื่อเลียนแบบธรรมชาติ นำลูกอ๊อดอายุ 7 วัน ที่แข็งแรงปล่อยในบ่อในอัตรา 100 ตัว/ตารางเมตร โดยปล่อยในช่วงเช้าหรือเย็นที่อากาศไม่ร้อน …

FCR ( Feed Conversion Ratio ) คืออะไร

FCR คืออะไร ( Feed Conversion Ratio )  มีความสำคัญหรือความจำเป็นเกี่ยวกับการเลี้ยงกบ หรือการเลี้ยสัตว์เศรษฐกิจอื่นๆ อย่างไร วันนี้เรามาทำความรู้จักกับค่า FCR (เอฟซีอาร์) รวมทั้งสูตรการคิดง่ายๆ ตัวเลขชี้วัด คุณภาพของอาหาร คือ อัตราการเปลี่ยนอาหารเป็นเนื้อหรือ อัตราการแลกเนื้อ ( Feed Conversion Ratio ) หรือเรียกสั้นๆ ว่า ค่าFCR และค่าที่เกษตรกรเข้าใจกันง่ายๆ คือ แลกเนื้อต่อถุง ซึ่งตัวเลขจากการคำนวณจะบ่งบอกถึงประสิทธิภาพของอาหารว่า อาหารสัตว์ชนิดนั้นมีคุณภาพดีหรือไม่ โดยมีสูตรคิดง่ายๆ ดังนี้   อัตราการแลกเนื้อ = ปริมาณอาหารที่ใช้ทั้งหมด (ก.ก.) น้ำหนักกบที่จับได้ (ก.ก.)   แลกเนื้อต่อถุง = น้ำหนักกบที่จะบได้ (ก.ก.) ปริมาณอาหารที่ใช้ทั้งหมด (ถุง) ตัวอย่างการคำนวณ FCR บ่อกบขนาด 3×4 เมตร (พื้นที่ 12 …

การเลี้ยงกบขุน หรือ กบเนื้อ

บ่อที่นิยมใช้ใน การเลี้ยงกบขุน หรือกบเนื้อ ส่วนใหญ่เป็นบ่อซีเมนต์ขนาด 3×4 เมตร สูง 1.2 เมตร ปล่อยลูกกบอายุ 1 เดือนเศษ ในอัตรา 120-180 ตัวต่อตารางเมตร ในส่วนของอัตราการปล่อย อาจมีความแตกต่างกันในแต่ละพื้นที่การเลี้ยง โดยทั่วไปปริมาณกบที่จับได้ 200-300 กิโลกรัมต่อบ่อ อาหารกบขุน และการให้อาหาร กบมีความต้องการอาหารกบที่มีโปรตีนสูง การกินของกบจะลดลงเมื่อมีอุณหภูมิต่ำ เช่น เข้าสู่ฤดูหนาว นอกจากกบจะกินอาหารลดลงแล้ว ระบบการย่อยอาหารของกบก็จะลดลงด้วย ดังนั้น ถ้าให้กบกินอาหารมาก ก็จะทำให้กบท้องอืดได้ เทคนิคการให้อาหาร การเลี้ยงกบขุน ระยะลูกอ๊อด จะกินจุมาก ถ้าให้อาหารมากจะท้องอืด การแก้ไขทำได้โดยนำอาหารลูกอ๊อดพรมน้ำสะอาดให้เม็ดนิ่มลง หรือหากให้อาหารไม่เพียงพอลูกอ๊อกก็จะกินกันเอง ดังนั้นการให้อาหารกบระยะลูกอ๊อด ต้องให้ในปริมาณที่เหมาะสม หากมีการเปลี่ยนเบอร์อาหารควรผสมเบอร์เก่าและเบอร์ใหม่โดยเพิ่มปริมาณอาหารเบอร์ใหม่มากขึ้น อย่าเปลี่ยนอาหารทันที กบควรกินอาหารให้หมดภายใน 1 ชั่วโมง หากกินเร็วกว่าปกติ มื้อต่อไปให้เพิ่มอาหาร หากอาหารเหลือ มื้อต่อไปให้ลดอาหารลง อัตราการเจริญเติบโตของกบจะสูงในช่วงอายุ 2-3.5 เดือน ดังนั้นในช่วงนี้ ควรให้กบได้กินอาหารอย่างเต็มที่ อัตราการเจริญเติบโตของกบหลังจาก …

การเตรียมบ่อสำหรับเพาะพันธุ์กบ

การเตรียมบ่อสำหรับเพาะพันธุ์กบ ต้องมีการเตรียมความพร้อม วันนี้ เรามาดูกันว่า มีวิธีการเตรียมอย่างไรกันบ้าง สำหรับคนที่เริ่มเลี้ยงและคนที่ผ่านการเลี้ยงมาแล้ว วิธีการ การเตรียมบ่อสำหรับเพาะพันธุ์กบ บ่อใหม่ ใช้ต้นกล้วยหั่นเป็นท่อน 20 กิโลกรัมต่อบ่อ แช่น้ำไว้ 10 วัน เพื่อทำลายฤทธิ์ของปูน หลังจากนั้นถ่ายน้ำทิ้งพร้อมกับเก็บเศษวัสดุออกหรือใช้นำส้มสายชูละลายน้ำสาดทั่วบ่อ แช่สักระยะหนึ่ง ถ่ายน้ำทิ้งแล้วเติมน้ำเข้าไปในบ่อ และถ่ายน้ำทิ้งอีกครั้ง ตากบ่อให้แห้ง เมื่อถึงเวลาเพาะพันธุ์ เติมน้ำเข้าไปในบ่อช่วงเย็น ระดับน้ำประมาณ 5-7 เซนติเมตร บ่อเก่า  ทำความสะอาดบ่อก่อนหลังจากนั้นตากบ่อ 7 วัน เพื่อฆ่าเชื้อโรค หรืออาจใช้น้ำปูนขาวละลายน้ำแช่บ่อก็ได้ หลังจากนั้นให้ถ่ายน้ำออก ล้างบ่อให้สะอาดอีกครั้ง นำน้ำสะอาดเข้ามาเติมในบ่อเช่นกัน ระดับน้ำประมาณ 5-7 เซนติเมตร การเพาะพันธุ์กบ เมื่อกบตัวผู้และตัวเมียพร้อมที่ผสมพันธุ์ จะนำมารวมกันในบ่อเพาะพันธุ์ในช่วงเย็นเพื่อให้กบเลือกจับคู่ โดยบ่อผสมพันธุ์ขนาด 3×4 เมตร สูง 1.2 เมตร จะปล่อยพ่อแม่พันธุ์ที่พร้อมประมาณ 3-4 คู่ อัตราการปล่อยอาจะแตกต่างจากนี้ขึ้นอยู่กับความสมบูรณ์ของกบแต่ละช่วง ระดับน้ำที่เหมาะสมคือ 5-7 เซนติเมตร หรือให้ท่วมหลังกบ เป็นระดับที่กบสามารถยืนในน้ำได้ ก่อนปล่อยพ่อแม่พันธุ์ …

การเลี้ยงกบ คู่มือการเลี้ยงกบ

การเลี้ยงกบ เป็นอาชีพหนึ่งที่สามารถทำรายได้ให้กับเกษตรกร ซึ่งในการเลี้ยงนั้นเกษตรกรควรมีความเข้าใจถึงวิธีการเลี้ยงที่ถูกต้องก่อน จึงจะทำให้ประสบความสำเร็จในการเลี้ยง วันนี้เรามีวิธีการเลี้ยงกบ มาฝากทุกๆ คนที่สนใจทำ ฟาร์มกบ และกำลังศึกษาข้อมูลการเลี้ยง สิ่งที่ควรคำนึงถึงก่อนการเลี้ยงกบ ความพร้อมของเกษตรกรทั้งในด้านความรู้ในการเลี้ยงและการลงทุน มีการวางโปรแกรมการผลิตที่ดีเพื่อให้สามารถจำหน่ายในช่วงที่กบมีราคาและมีต้นทุนการผลิตต่ำที่สุด มีตลาดรองรับผลผลิตที่แน่นอน พันธุ์กบ พันธุ์กบที่เหมาะสมคือ กบนา ซึ่งปัจจุบันมีการพัฒนาสายพันธุ์ให้โตไวและมีสีเหลืองเป็นที่ต้องการของตลาด รูปแบบการเลี้ยง การเลี้ยงในบ่อซีเมนต์ การเลี้ยงในบ่อดิน การเลี้ยงแบบกระชัง (มุ้ง) ระยะเวลาในการเลี้ยง ใช้เวลา 3.5-4 เดือนตั้งแต่ระยะฟัก ออกจากไข่จนถึงจับจำหน่าย ได้กบขนาด 6-7 ตัวต่อกิโลกรัม รูปแบบในการเลี้ยงเพื่อจำหน่ายผลผลิต การเลี้ยงเพื่อจำหน่ายลูกอ๊อด การเลี้ยงเพื่อจำหน่ายลูกกบ การเลี้ยงเพื่อขุนเป็นกบเนื้อ สถานที่ที่เหมาะสมสำหรับการเลี้ยงกบ ควรอยู่ใกล้บ้านและสะดวกต่อการดูแล อยู่ใกล้แหล่งน้ำที่มีคุณภาพดี เพียงพอต่อการเลี้ยง เป็นพื้นที่สูงหรือที่ดินเพื่อป้องกันปัญหาน้ำท่วม ห่างไกลจากแหล่งชุมชนหรือบริเวณที่มีเสียงอีกทึกรบกวน อยู่ใกล้แหล่งจำหน่ายอาหารกบ สะดวกในการจับ วิธีการเลี้ยงกบในบ่อซีเมนต์ เป็นรูปแบบที่นิยมกันมากที่สุด เนื่องจากสะดวกในการเปลี่ยนน้ำ ง่ายต่อการทำความสะอาดบ่อ ควบคุมโรค รวมถึงการจับ บ่อเป็นรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้า ควรมีพื้นที่ที่เป็นบกสำหรับกบอาศัยอย่างน้อย 2/3 ของบ่อ ที่เหลือเป็นพื้นน้ำ บ่อเลี้ยงกบ การสร้างบ่อเลี้ยงกบมีวัตถุประสงค์ในการสร้างที่แตกต่างกัน …